สักการะเจดีย์แห่งความอัศจรรย์ 9 ประการ “พระมหาธาตุเจดีย์ชเวซีโกน”

พระมหาธาตุเจดีย์ชเวซีโกนคือหนึ่งในเจดีย์หลายพันองค์ในทะเลเจดีย์เมืองพุกาม ที่มีความโดดเด่นและน่า สนใจอย่างมากเกี่ยวกับความมหัศจรรย์ 9 ประการ และยังเป็นเจดีย์สีทองอร่ามที่ตั้งอยู่บนผืนทรายริมฝั่งแม่น้ำอิระวดี ซึ่งหากนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังเมืองพุกาม พระมหาธาตุชเวซีโกนคือหนึ่งในศาสนถานที่จะต้องแวะไปชมความงามทางสถาปัตยกรรม ชมวิวทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำที่งดงามโดยมีฉากหลังเป็นภาพพระอาทิตย์ตกดิน และที่สำคัญเพื่อพิสูจน์ถึงความมีอยู่จริงของความอัศจรรย์ทั้ง 9 ประการ

พระมหาธาตุเจดีย์ชเวซีโกน ( Shwezigon Pagoda ) หรือ มหาเจดีย์ชเวสิกอง (Shwezigon Paya ) เป็นเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศพม่า เป็นหนึ่งในจำนวนเจดีย์หลายพันองค์ที่เมืองพุกาม ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิระวดีตอนบน สร้างขึ้นเมื่อราวๆ 960 ปีก่อน โดยเริ่มสร้างสมัยพระเจ้าอโนรธามหาราช (พ.ศ.1587 – 1620) มาเสร็จสิ้นสมัยพระเจ้าจันสิตตา ( พ.ศ.1627 – 1656 ) รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์พุกาม ชาวพม่าเชื่อว่าภายในเจดีย์บรรจุพระเขี้ยวแก้วและพระสารีริกธาตุ  ซึ่งอัญเชิญมาจากลังกาบนหลังช้างเผือก  พระเจ้าอโนรธามหาราชได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้าช้างเผือกคุกเข่าลงที่ใดจะสร้างเจดีย์ไว้ที่นั่น โดยช้างเสี่ยงทายของพระเจ้าอโนรธาเดินมาหยุดอยู่ ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำอิระวดี จึงเฉลิมนาม “ชเวสิกอง”  หรือในสำเนียงพม่าว่า “ ชเวซีโข่ง ” แปลว่าเจดีย์ทองบนพื้นทราย เจดีย์ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของพม่าที่มีเหนือมอญ นอกจากนั้นยังถือเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธาต่อศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ในฐานะที่เป็นเจดีย์บรรจุพระธาตุสำคัญ 3 ส่วนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประกอบไปด้วย พระเขี้ยวแก้ว ที่กษัตริย์แห่งศรีลังกาได้นำมาถวาย พระธาตุกระดูกไหล่ ที่นำมาจากเมืองศรีเกษตร (ใกล้เมืองแปร) และพระธาตุพระนลาฏ (หน้าผาก) ซึ่งสำหรับชาวพม่าเจดีย์ชเวซีโกน หรือ ชเวสิกอง ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่อันควรค่าต่อการเคารพนับถือมากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง

เจดีย์แบบพม่าแท้องค์นี้มีความสำคัญมากในฐานะเป็นต้นค้าให้กับเจดีย์แบบพม่าแท้องค์อื่นๆในศิลปะพุกามและศิลปะพม่ารุ่นหลังๆ ด้วยลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบมอญ พื้นผิวภายนอกถูกปิดด้วยทองคำเปลว  ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยมเพิ่มมุมจำนวน 3 ชั้น รวมความสูงจากฐานถึงยอด 53 เมตร แต่ละชั้นประดับภาพชาดกและมีทางประทักษิณพร้อมบันไดขึ้นทุกด้าน ที่มุมประดับด้วยสถูปิกะ องค์ระฆังประดับด้วยรัดอกและบัวคอเสื้อตามแบบเจดีย์พม่าโดยทั่วไป ไม่มีบัลลังก์ ถัดขึ้นไปได้แก่ปล้องไฉนทรงกรวยเตี้ย ปัทมบาทและปลีสั้นซึ่งถือเป็นลักษณะสำคัญของเจดีย์แบบพม่าในศิลปะพุกาม โดยรอบฐานเจดีย์มีวิหารโถงประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ทิศ ถือเป็นศิลปะพุกามรุ่นแรกที่ได้รับอิทธิพลจากมอญ

นอกจากความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมแล้ว พระมหาธาตุเจดีย์ชเวซีโกนยังมีความน่าสนใจอีกสองสิ่งซึ่งถือเป็นไฮไลท์ในการมาเที่ยวชมองค์พระเจดีย์ อย่างแรกเหมาะแก่นักท่องเที่ยวที่รักการถ่ายภาพในมุมมองที่แปลกและแตกต่างออกไป นั่นคือตรงบริเวณลานหน้าบันไดทางขึ้นสู่เจดีย์ทิศตะวันออก มีหลุมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว ลึก 2 นิ้ว ซึ่งใส่น้ำไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวนั่งคุกเข่าแล้วก้มมองเงายอดเจดีย์ที่สะท้อนลงบนผิวน้ำที่อยู่ในหลุม รับรองว่าจะได้มุมมองภาพถ่ายที่สวยงามไปอีกแบบ และประการที่สองคือ ความมหัศจรรย์ทั้ง 9 ของมหาเจดีย์ชเวสิกองที่นักท่องเที่ยวจะได้ประจักษ์ด้วยตนเองเกี่ยวกับเรื่องราวที่ว่า

  • ยอดพระเจดีย์ไม่มีการใช้เหล็กเสริม
  • กระดาษห่อแผ่นทองคำเปลวที่นำไปปิดส่วนยอดพระเจดีย์ จะไม่ปลิวพ้นฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์
  • เงาพระเจดีย์จะไม่ล้ำออกนอกฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์ (ถ้าเงาล้ำออกไป ถือว่าเป็นลางร้าย)
  • ภายในเขตองค์พระเจดีย์ สามารถรองรับผู้แสวงบุญได้ไม่จำกัดจำนวน (ไม่เคยเต็ม)
  • มีการให้ทานด้วยข้าวสุกร้อน ๆ ทุกเช้า (ไม่ว่าเราจะตื่นเช้าสักเพียงใด จะพบข้าวสุกในบาตรอยู่ก่อนหน้าเราเสมอ)
  • เมื่อตีกลองใบใหญ่จากด้านหนึ่งของพระเจดีย์ จะไม่สามารถได้ยินเสียงกลองจากด้านตรงข้าม
  • แม้พระเจดีย์จะตั้งอยู่บนพื่นราบ แต่เมื่อมองจากภายนอก จะเกิดภาพลวงตาคล้ายพระเจดีย์ตั้งอยู่บนที่สูง
  • ไม่ว่าฝนจะตกหนักเพียงใด จะไม่มีน้ำฝนขังอยู่ในอาณาเขตขององค์พระเจดีย์
  • มีต้นพิกุล ซึ่งจะออกดอกตลอดทั้งปี (ปรกติจะออกปีละครั้ง)

ถ้าหากใครเดินทางมาเที่ยวทะเลเจดีย์ที่พุกามต้องไม่พลาดที่จะมาสัมผัสกับความมหัศจรรย์เหล่านี้ด้วยตนเอง รับรองว่าจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ที่อัศจรรย์ใจอย่างน่าเหลือเชื่อแน่นอน